แฉการที่ฟิลิปปินส์ได้เข้ารอบ

 

 

A Winner respects people who are superior to him and would like to learn from them.  But a loser does otherwise would try to find his superior s fault 

ผู้ชนะจะยอม รับนับถือคนที่มี ความสามารถที่เหนือกว่า  ทำดีกว่า  แล้วเรียนรู้จากคนเหล่านั้น  เพื่อวันหนึ่งจะได้เป็นผู้ชนะบ้าง  แต่ผู้แพ้กลับทำตรงข้าม  มักมองหาแต่ข้อบกพร่องข้อเสียของผู้ชนะตน  เพื่อจะดึงเค้าลงมาต่ำให้ พ่ายแพ้เหมือนตน  โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย  และเป็นผู้พ่ายแพ้ตลอดกาล

จากชีวิตที่ต่ำกว่าดินก้าวสู่เวทีแห่งดาว

วี นัส ราช…ลูกนอกสมรสระหว่างพ่อชาวฮินดู  กับแม่ฟิลิปปินส์ผู้เป็นชาวบ้านจากท้องนาที่ยากจน ขาดแคลนแม้ปัจจัย 4 ที่จะประทังชีวิต…เด็กหญิงวีนัสผู้ขมุกขมอมน่าสงสารอาศัยอยู่ในบ้านเพิง ไม้ไผ่ หลังคามุงจากและใบไม้แห้งกลางเถียงนา ในชนบทที่ยากไร้ชานเมืองบาตู  ด้วยความใฝ่ฝันอยากให้ชีวิตตนเองและครอบครัวดีขึ้น  วีนัสจึงอาศัยคันนาเป็นที่ฝึกเดินดุจดังแคทวอค์กธรรมชาติ  เพื่อดันตนเองเข้าประกวดนางงามให้ได้ในสภาพที่ทุลักทุเล  เพื่อเดินสายประกวดได้เงินมาให้แม่เลี้ยงครอบครัว  และแบ่งเบาภาระแทนแม่ผู้ทุมเทเพื่อลูกอย่างยากลำบากเพียงลำพังมานาน  ที่แก่ตัวลงทุกวัน

ด้วยความสนใจในการเรียนมากกว่าพี่น้อง  กลับมาบ้านวีนัสจะรีบทำงานบ้าน  ทำอาหาร  ตักน้ำให้ครอบครัวเพื่อแล้วมาอ่านหนังสือทบทวนก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน  เพราะที่บ้านไม่มีไฟฟ้าน้ำประปา  หากไม่ทันมืดก่อน  ก็อาศัยแรงเทียนที่ขอมาจากโบสถ์อ่านหนังสือทำการบ้านในตอนกลางคืน  แต่ในที่สุดแม่ผู้เลี้ยงลูก ๆ อีก 4 คนโดยลำพังและหาเลี้ยงชีพโดยการรับปะชุนเสื้อผ้า  จำต้องยกวีนัสเป็นบุตรบุญธรรมของป้าที่เป็นคนทำงานรับใช้ที่โบสถ์  และป้าคนนี้ก็เป็นคนไปแจ้งใบเกิดให้วีนัสผิดพลาดด้วยความไม่รู้  และไม่มีเวลาไปแก้ไขเพราะหาเช้ากินค่ำ  อีกทั้งเห็นว่ายังไม่สำคัญเท่าปากท้องรอดไปก่อนวันๆ  วีที่ตามไปช่วยป้าแบ่งเบาภาระ  ช่วยทำงานที่โบสถ์บ่อยครั้งจนหลวงพ่อที่โบสถ์เห็นว่า  เด็กคนนี้ขยันและชอบฟังภาษาอังกฤษที่เทศน์  จึงให้ทุนมาเรียน San Vicente High School โรงเรียนในเครือโบสถ์ตั้งแต่ประถมจนจบมัธยม  และด้วยเกรดที่ดีของวีนัส  ทำให้มูลนิธิที่ตั้งมาได้ 15 ปี ตั้งแต่ ปี 1995 อย่าง The Francis Papica Foundation (คล้ายๆ ของ WORLD VISION / CCF ของไทย)   ให้ทุนเรียนต่อปริญญาตรี  ในฐานะนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจนจบปริญญาตรี  และวีนัสก็จบปริญญาด้วยเกียรตินิยม

 

 

ด้วยชีวิตที่ลำเค็ญเข็ญใจ  ทางเดียวที่จะหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ที่วีนัสมองเห็นคือ  การประกวดนางงาม  แม้จะไม่มีเงินเรียนการเดินหรือเทรนนิ่งใด ๆ อาศัยเพียงเถียงนาและคันนาที่ข้างเพิงไม้กระท่อมที่พัก  หัดเดินตามนางแบบอาชีพที่เห็นในจอโทรทัศน์ของเพื่อนบ้าน  เพราะที่บ้านไม่มีทีวี  อย่าว่าแต่ทีวีเลย  ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้…จากการเป็นลูกหลานคนซึ่งมีการแจ้งใบเกิดผิด ๆ ถูก ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในชนบทของฟิลิปปินส์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ในชีวิตตอนนั้น แต่ใครจะคาดคิด มันจะส่งผลกระทบปัญหาใหญ่ในเธอในวันที่เธอก้าวขึ้นสู่จุดสูงที่สุด…

 

 

จากการประกวดนางงามที่ไต่ระดับเพื่อให้ได้เงินมาจุนเจือครอบครัว  ทำให้วีนัสฝันที่จะชิงมงกุฎระดับที่สุดของประเทศ  เพราะหากวีนัสทำได้  นั่นคือการลืมตาอ้าปากของครอบครัวไปอีกนาน  และวันแห่งความสำเร็จของวีนัสก็มาถึงจนได้  มาดของนางงามบ้านนอนอกผู้เอาเถียงนาเป็นคันแนวหัดเดิน  ด้วยลมหายใจไม่เคยแพ้…เพื่อครอบครัวอย่างแท้จริง  ทำให้เธอได้ตำแหน่ง Miss Philippines Universe 2010 มาครองได้สำเร็จ

 

 

แต่วิบากกรมยังไม่สิ้น  ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น  นั่นคือ  ใบเกิดที่แจ้งผิดกลายเป็นหลักฐานเท็จ  จนต้องถึงกับถูกปลดจากตำแหน่งและริบเงินรางวัลและของรางวัลคืน…อนิจจา  เงินที่หวังที่มาทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต้องหลุดลอยไป  แต่กระนั้น…วีนัส ราช หญิงสาวไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา  ผู้กุมความหวังของครอบครัวทุกคนไว้ในมือเธอลำพังเพียงผู้เดียว  ก็ได้สู้เพื่อความเป็นธรรมในตำแหน่งที่ได้รับมาให้ถึงที่สุด….และเพื่อ ศักดิ์ศรีของคนจนที่ลงทะเบียนใบเกิดผิด ๆ แบบไม่ตั้งใจ…บาปปริสุทธิ์ของเธอที่นำมารายงานตัวกับกองประกวด  และเป็นสาเหตุที่มาของการปลดเธออกจากตำแหน่งที่ได้มาอย่างยากเย็น

 

 

กองประกวดฟิลิปปินส์จึงปรึกษาฝ่ายกฎหมายและพิจารณาด้วยทั้งทางหลัก นิติศาสตร์และมนุษยธรรมแล้ว  เห็นว่า ความผิดพลาดเรื่องหลักฐานการเกิดที่วีนัสเอามาแสดงและยึดถือไว้ตลอดในการ ติดต่องาน  ทำพาสปอร์ต  รวมทั้งรายงานต่อการประกวดนั้น  เป็นความผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจของเธอ  เพราะเอกสารการเกิดผิดพลาดในแถบชนบทห่างไกล  ที่ผู้ปกครองละเลยที่จะแก้ไขหรือเจ้าหน้าที่ผิดพลาด  มักจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ แถบชนบทของประเทศที่กำลังพัฒนาเช่น ฟิลิปปินส์  นอกจากนี้แฟนนางงามฟิลิปปินส์ทั่วประเทศ  เรียกร้องผ่านสื่อว่าอย่าปลดตัวแทนประเทศ  ยาใจคนจนเพราะบาปบริสุทธิ์อันเกิดจากความยากจนเลย  การแจ้งหลักฐานใบเกิดผิดตอนสมัครเป็นการบกพร่องที่เธอเองไม่ได้ตั้งใจ

 

 

อีกทั้งรองอันดับ 1 Helen Nicolette Henson ที่สามารถไปประกวดแทนวินัสได้  ก็บอกว่าวีนัสคือคนที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่ง Miss Philippines Universe ที่สุด  เพราะมาจากผลการตัดสินของคณะกรรมการที่ได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบในคืนวัน ประกวดแล้วว่าจะทำหน้าที่เพื่อประเทศได้  ไม่ใช่ตัวเธอ  และ Helen ก็มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างและเข้าคอร์สเทรนเนอร์คู่กับวีนัส  เพื่อให้พร้อมในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศให้มากที่สุด  ดังนั้นวีนัสจึงได้สิทธิ์ในการเป็นตัวแทนไปประกวด Miss Universe 2010 ที่ Las Vegas รวมทั้งได้ของรางวัลต่างๆ กลับคืนมาอย่างสมบูรณ์

 

 

Helen Nicolette Henson ผู้เป็นเพื่อนแท้ของวีนัส  ซึ่งมีประสบการณ์เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในอเมริกา  ยินดีไปทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเพื่อคอยอยู่เคียงข้างและดูแลวีนัส  ผู้ที่ไม่เคยไปต่างประเทศเลยแม้แต่ครั้งเดียว  Helen คอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้วีนัส  ทั้งการประสานงานกับสปอนเซอร์  รวมทั้งเป็นสื่อกลางให้วีนัสกับคนฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานใน Las Vegas  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลอบโยนวีนัสในช่วง 3 วันก่อนวันประกวดจริง  เนื่องจาก Melody Gersbach เพื่อนรักของพวกเธอผู้เป็น Miss Philippines International 2009 และเป็นคนฝึกสอน  ชี้แนะท่าเดิน  และนำวีนัสเข้าสู่การประกวด Miss Philippines เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์  Helen พยายามปกปิดไม่ได้วีนัสรู้  แม้ว่าตัว Helen ก็เสียใจกับการจากไปของ Melody มากแต่ก็ต้องคอยเก็บอาการให้ดีที่สุดอยู่เสมอ  สุดท้ายวีนัสก็รู้จนขวัญและกำลังใจหายไปหมด  ซึ่ง Helen ได้อยู่เคียงข้างวีนัสตลอดและปลอบโยนให้กำลังใจว่า  วีนัสต้องตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  เพราะ Melody กำลังรอดูผลงานของพวกเธออยู่  หลังประกวดเสร็จสิ้น  วีนัสและ Helen รีบเดินทางกลับประเทศเพื่อส่งนางฟ้าผู้อารีของพวกเธอ Melody ขึ้นสู่สวรรค์ด้วยคำอำลาว่า “พวกเราทำได้แล้ว”

 

 

หญิงสาวชาวดิน  ผู้ต่อสู้ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก  ฝ่าฟันให้ได้มาซึ่งปัจจัย 4 และการเรียนด้วย 1 สมอง 2 ของตัวเอง  ทุกปัญหาที่เข้ามาในชีวิตเธอ  แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเชิงบวกได้หมด  ด้วยกำลังใจจากครอบครัว  แม่และน้อง ที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ….

….ไม่มีไฟฟ้าอ่านหนังสือ

ก็อ่านตั้งแต่เย็นตอนเย็นหลังทำงานบ้านเสร็จ  และใช้เทียนไขที่ขอมาจากวัดที่อยู่ข้างเพิง

….ไม่มีน้ำประปาใช้

ก็ยกคันโยกน้ำจากบ่อเอา  ร่างกายจะได้ฟิต  แขนจะเฟิร์มดุจยกดัมเบลล์ในฟิตเนส

….ไม่มีทีวีดูการเดินแบบ

ขอลักจำจากคนข้างบ้านดู  โดนไล่ปาก็ไม่ท้อ  วิ่งหนีได้ออกกำลัง

….ไม่มีโอกาสเข้าโรงเรียนนางงามเทรนบุคลิกเดินบนแคทวอล์ค

ก็ใช้หนังสือเทินบนหัวเดินบนเถียงนาแทนลู่เดิน

….ไม่มีเงินซื้ออาหารครบ 5 หมู่ แบบที่เรียนมา

โดยเฉพาะโปรตีน ที่จำเป็นในวัยเจริญเติบโต เนื้อไก่ หมู ไม่ต้องนึกถึงไม่เคยได้กิน  ก็อาศัยโปรตีนจากค้างคาว แม่ไก่  หรือแมลงต่างๆ แทน

….แม่ไม่มีเงินส่งเรียนหนังสือสูงๆ

ก็พยายามจนสอบชิงทุนของโบสถ์ได้  รวมทั้งทุนเรียนดีต่างๆ จนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยม

….ไม่มีปัญญาเปลี่ยนหลังคาบ้านที่รั่วตอนฝนตก

ก็ใช้กล่องกระดาษมาเป็นสังกะสี  หรือใช้ขันน้ำรอง  แล้วเดินสายประกวดนางงามเพื่อหาเงินมาช่วยแม่ที่รับจ้างปะชุนเสื้อผ้า

….ไม่มีเงินซื้อรองเท้าส้นสูงขึ้นประกวด

ก็นำรองเท้า ผ้าใบที่ขาด ๆ ที่เก็บได้  มาให้แม่ปะชุน  และใส่ไม้ก็อกแทนส้น  จนแม่ชีที่โบสถ์เห็นแล้วหาเงินเรี่ยไรให้ซื้อรองเท้าให้

 

 

ตอนวีนัสกลับไปเยี่ยมสถานศึกษาเก่าที่ได้ทุนเรียนดี  ซึ่งที่โรงเรียนเก่ามีให้นักเรียนเขียนความใฝ่ฝัน  วีนัสก็ไม่ได้นึกถึงตนเองเลย  ทุกครั้ง วีนัส เขียนแต่ว่า “a better life for my family” อยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น  เพราะมันคือความสุขของเธอ  และตอนนี้  วีนัสก็ได้ปลูกบ้านให้แม่และน้องๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นได้แล้ว  จากความต่ำต้อยสู่ความมั่งคั่ง  จากคำพูดดูถูกลับหลังตลอดมาเพราะแม่ผู้เป็นช่างเย็บผ้าข้างถนนเป็นหนี้สิน จากต่อสู้เลี้ยงลูกมาคนเดียว  บัดนี้แม่ของวีนัสวัย 60 ปี  ยิ้มรับทั้งน้ำตาที่ลูกสาวนำเงินที่ได้จากการประกวด Miss Universe และสปอนเซอร์ มาปลดหนี้และสร้างบ้านใหม่ให้แม่และน้องๆ อยู่  หลังจากอยู่บนเพิงในที่ของคนอื่นและโดนขับไล่มาตลอดชีวิต  บัดนี้  บ้านหลังแรกหลังใหม่ในชีวิตที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะมี  ได้ก่อสร้างเป็นรูปร่างใกล้เสร็จแล้ว  เพื่อนบ้านที่คอยด่านินทาลับหลัง  กลับมาแสดงความชื่นชมในการต่อสู้ของลูกสาวเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดี ขึ้น  และคอยเอาวีนัสเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานในชุมชนเห็นถึงความพยายามต่อสู้แบบ เธอ…วีนัส ราช ยาใจคนจน

 

 

ไม่ได้ปลื้มสาวฟิลิปปินส์ และไม่ได้รักสาวไทยน้อยลง  แต่นับถือน้ำใจของเด็กสาวท้องนาขี้ริ้วขี้เหร่ในสายตาทุกคน  ที่ไม่ได้ยอมจำนนต่อโชดชะตาหรือยอมแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้ต่อสู้  และเอาแต่น้อยใจในวาสนาตนเองที่มีไม่เท่าคนอื่น  ไม่โทษโน่นโทษนี่  รอคอยแต่วาสนา  แต่กลับนำข้อด้อยเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นพลังลุกขึ้นมาต่อสู้  อาจจะแพ้บ้างพลั้งในบางที  แต่ได้ทำเต็มที่  และวันนี้ก็ได้ก้าวขึ้นมาทัดเทียมกับคนที่มีพร้อมทุกอย่าง  ซึ่งสิ่งที่ทำทุกอย่าง  ไม่ใช่เพื่อตัวเอง  แต่เพื่อชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้น  ครอบครัวที่ยืนเคียงข้างและเป็นกำลังใจตลอดมา

 

———————————————————–—

 

Source : t-pageant.com
-Fanthai-Media-

This entry was posted in ไม่มีหมวดหมู่ and tagged . Bookmark the permalink.