Notice: Trying to get property 'display_name' of non-object in /home/teawchinac/domains/fanthai.com/public_html/wp-content/plugins/wordpress-seo/frontend/schema/class-schema-person.php on line 152

Notice: Trying to get property 'user_email' of non-object in /home/teawchinac/domains/fanthai.com/public_html/wp-content/plugins/wordpress-seo/frontend/schema/class-schema-person.php on line 230

Notice: Trying to get property 'display_name' of non-object in /home/teawchinac/domains/fanthai.com/public_html/wp-content/plugins/wordpress-seo/frontend/schema/class-schema-person.php on line 236

ศิลปะ เรา รับ ได้!!! Vandalism Art หรือ ผลงานศิลปะแนวสร้างความก่อกวน

 

ผลงานศิลปะสร้างความก่อกวน หรือ Vandalism Art โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของรัฐ อีกทั้งยังผิดกฎหมายอีกด้วย แต่ผลงานในรายการต่อไปนี้ถึงแม้จะทำให้เกิดความเดือดร้อน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะทึ่งกับความคิดของผู้ที่ทำขึ้นมาว่า คิดกันได้อย่างไรนี่?

บ่อน้ำพุ Barcaccia กลายเป็นบ่อลูกบอล

Graziano Cecchini นักก่อกวนมืออาชีพชาวอิตาลี มีประวัติในการสร้างผลงานการก่อกวนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง (และโดนตำรวจจับมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง) ได้ตัดสินใจว่า ครั้งนี้เขาจะเปลี่ยนบ่อน้ำพุโบราณชื่อดังในกรุงโรมให้กลายเป็นบ่อลูกบอลแทน

สภาพบ่อน้ำพุหลังจากการปล่อยลูกบอล

ที่มาภาพ thelede

เขาได้ปล่อยบอลลูกเล็กๆ สีสันสดใสจำนวนกว่า 500,000 ลูก ลงจากขั้นบันได ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้คนแถวนั้นที่พากันหลบคลื่นลูกบอลขนาดยักษ์กัน จ้าละหวั่น ลูกบอลทั้งหมดพากันกลิ้งลงขั้นบันไดที่มีชื่อเสียง Spanish Steps ทั้งหมด 138 ขั้น ลงไปยังบ่อน้ำพุ Barcaccia บ่อน้ำโบราณที่มีอายุ 385 ปี และถือเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่มีชื่อเสียงของกรุงโรม จนกระทั่งบ่อน้ำพุกลายเป็นบ่อบอลสีสันสดใส

ภาพขณะมีการปล่อยลูกบอลลงมาจากบันได

ที่มาภาพ alwayspizzaleft

Cecchini ใช้เงินในการสร้างผลงานนี้สูงถึง 30,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ไว้ว่า เพื่อแสดงให้เห็นถึงปัญหาในประเทศอิตาลี ซึ่งก็ไม่มีใครแน่ใจเหมือนกันว่าตั้งใจจะสื่อถึงปัญหาอะไร แล้วลูกบอลเกี่ยวข้องอย่างไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือ ผลงานของเขาครั้งนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะไม่เพียงแต่ทำให้คนมาสนใจเท่านั้น แต่ยังทำให้คนแถวนั้น (โดยเฉพาะคนทำความสะอาด) อารมณ์เสียกันไปเป็นแถว

หลังจากการก่อกวนครั้งนั้น ก็ต้องมีการเก็บกวาดครั้งใหญ่เพราะมีลูกบอลเต็มถนนไปหมด

ที่มาภาพ beingbettejo

ศิลปะบนถนน

เหมือนกับถ่ายภาพตอนกลางคืนของท้องถนนที่เปิดหน้ากล้องไว้นานๆ แล้วพอถ่ายภาพออกมาแสงจากรถที่วิ่งก็จะกลายเป็นเส้นแสงนีออนหลายๆ เส้น ดูสวยงาม ผลงานนี้ก็เหมือนกัน เพียงแต่ไม่ใช่เป็นรูปถ่ายแต่ใช้สีจริงๆ ทำให้เกิดเป็นเส้นสีต่างๆ อยู่บนท้องถนน

ที่มา architecturelinked

ผลงานนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2010 โดยกลุ่มศิลปินชาวเยอรมันที่ชื่อ IEPE และผู้สัญจรตามท้องถนนกว่า 2,000 คน ที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์งานครั้งนี้ด้วย ผลงานนี้มีชื่อว่า Painting Reality เริ่มด้วยการเทสีต่างๆ จำนวน 500 ลิตร ไว้ตามถนน โดยถนน 1 เส้นจะใช้ 1 สี เมื่อมีรถขับผ่านสีเหล่านี้ก็จะติดที่ล้อ และเมื่อถึงทางแยก รถก็จะวิ่งไปตามเส้นทางปกติของตัวเอง แต่สีที่ติดอยู่ที่ล้อก็ตัดกันเป็นเส้นสวยงาม ดูเหมือนกับเป็นแสงนีออนจากภาพถ่าย

ที่มาภาพ architecturelinked

น่าเสียดายที่ผลงานนี้อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะสีที่ใช้ทำมาจากสีน้ำที่ล้างออกได้ และตามที่ศิลปินที่สร้างมันขึ้นมาบอกไว้ว่า เป็นสีรักษ์โลก ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ถึงจะเป็นพวกสร้างเรื่องก่อกวนแต่ก็ห่วงใยสิ่งแวดล้อมโลกนะ

อนุสาวรีย์ทหารกองทัพโซเวียต กลายร่างเป็นเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่

ภาพก่อน และหลังการถูกพ่นสี

ที่มาภาพ rathausartprojects , Wikipedia

สำหรับผลงานนี้ไม่ได้ต้องการสื่อถึงอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการเล่นตลกร้ายเสียมากกว่า เมื่อมีบุคคลนิรนามชาวบัลแกเรียเกิดนึกสนุก แอบเอาสีไปพ่นใส่อนุสาวรีย์ทหารกล้าของกองทัพโซเวียตให้กลายเป็นกองทัพซุป เปอร์ฮีโร่ ที่มีทั้งซุปเปอร์แมน วูฟเวอรีน กัปตันอเมริกา และโจ๊กเกอร์ ซึ่งเกือบจะดูเท่ห์แล้ว แต่คนทำก็ดันเติมซานตาครอส และมาสคอตชื่อดังของแมคโดนัลเข้าไปอีก จนรูปปั้นนี้กลายเป็นน่าขันไปเสีย

ที่มา eastofcenter , sofiaecho

จริงๆ แล้วผลงานนี้น่าจะถือว่าประสบความสำเร็จได้อยู่เหมือนกัน เพราะนักท่องเที่ยวก็พากันมาดู และใครๆ ก็อยากถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์นี้ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สถานทูตรัสเซียประจำบัลแกเรียกลับไม่ตลกด้วยและโมโหกันมาก ทางบัลแกเรียจึงต้องทำความสะอาด ขัดถูอนุสาวรีย์กันเป็นครั้งใหญ่เพื่อให้รูปปั้นกลับมามีสภาพดังเดิม แต่ก็คงไม่ทันแล้ว เพราะรูปภาพนี้เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตไปทั่วโลก และกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของศิลปะสร้างความก่อกวนที่เจ๋งสุดๆ

ที่มาภาพ novinite

ศิลปะจากไหมพรมบุกเมือง

รูปปั้นวัวกระทิงแห่ง Wall Street ดูน่ารัก น่าชังขึ้นมากเมื่อใส่สุดไหมพรมสีชมพู

ที่มาภาพ poppygall , familyinnewyork

สำหรับบางคน การออกมาสร้างผลงานด้วยการทาสีหรือสร้างสิ่งของตามที่สาธารณะไม่ใช่สไตล์เท่าไหร่ เช่นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า Yarn Bomber ที่ไม่ได้มีแค่จิตวิญญาณของศิลปินเท่านั้น แต่ยังมีฝีมือในการถักนิตติ้งเป็นเลิศ โดยสร้างงานถักจากไหมพรมสีสันสดใสแล้วเอาไปสวมใส่ไว้ที่สิ่งของต่างๆ ในที่สาธารณะ ที่ดูแล้วสรุปได้ว่า คนกลุ่มนี้คงมีเวลาว่างมากจริงๆ ถึงสร้างงานถักได้ใหญ่โตขนาดนี้
ผลงานจากไหมพรมถักนี้เป็นที่นิยมทำกันไปทั่วโลก

ที่มาภาพ artstormer

จริงๆ แล้วการสร้างงานถักแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการทำลายทรัพย์สินของรัฐ และผิดกฎหมายพอๆ กับการพ่นสีกำแพงตามท้องถนน แต่ก็ไม่ค่อยมีใครอยากจะจับคนที่สร้างผลงานเหล่านี้ขึ้นมากันนัก เพราะที่จริงมันก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร บางชิ้นออกจะดูน่ารักเสียด้วยซ้ำ
สะพานรูป “น้องชาย”

ถือเป็นเหมือนมาตรฐานเลยว่าถ้าใครไม่พอใจอะไรมากๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีการแจก ของสงวน ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางคำพูด ท่าทาง หรือแม้แต่วาดเป็นรูปโชว์ไว้ในที่สาธารณะ แต่คงไม่มีใครอีกแล้วที่จะโชว์ความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้ใหญ่อลังการสุดๆ เหมือนกับกลุ่มผู้ประท้วงกลุ่มนี้

ที่มาภาพ arbroath
ในปี ค.ศ.2010 กลุ่มผู้ประท้วงชาวรัสเซียที่มีชื่อว่า Voina ตัดสินใจจะแสดงความไม่พอใจต่อรัฐ ด้วยการวาดรูปของสงวนขนาดใหญ่ลงบนสะพานยกใจกลางเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผลที่ได้คือ เมื่อมีเรือผ่านมาและสะพานยกตัวขึ้น ก็ปรากฏเป็นภาพ “น้องชายขนาดยักษ์” สูง 224 ฟุต เด่นตะหง่านขึ้นมากลางเมืองแบบไม่แคร์สายตาใคร ประกอบกับบริเวณนั้นมีแสงจากไฟถนนสว่างไสว เลยสามารถเห็นได้ชัดเจนแม้จะเป็นกลางคืนแล้วก็ตาม บังเอิญที่วันนั้นมีเรือผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก ภาพวาดนี้ก็เลยได้ตั้งโชว์อยู่เกือบทั้งคืน ให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาได้ถ่ายรูปคู่ด้วยเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต และกว่าจะลบสีที่ใช้วาดภาพนี้ออกได้หมดก็ใช้เวลาไปหลายวัน
ที่มาภาพ woostercollective , priceperhead
ส่วนสาเหตุที่ทำให้กลุ่ม Voina โกรธมากขนาดนี้ ก็เนื่องมาจากนโยบายรักษาความปลอดภัยของรัฐ ที่ความจริงแล้วอยู่ภายใต้อำนาจหน่วยสืบราชการลับของสหภาพโซเวียต (KGB) กลุ่มผู้ประท้วงจึงแสดงความไม่พอใจด้วยการสร้างผลงานขนาดใหญ่ชิ้นนี้ขึ้นมา เพื่อแสดงถึงการทำงานของรัฐนั่นเอง
พอเห็นภาพลางๆ แล้วว่า จะทำโปรเจคจบแนววิจิตรศิลป์ยังไงดี
แปล เรียบเรียง และอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.everyday-readers.com
ที่มา Cracked
ที่มา: http://www.everyday-readers.com