ผลวิจัยชี้แม้การปล่อยโคมลอยจะสร้างปัญหา แต่ภาคท่องเที่ยวยังคงต้องการ

667347

 

ผลศึกษาวิจัยชี้ปล่อยโคมลอยแม้สร้างปัญหา แต่ในภาคการท่องเที่ยวยังคงต้องการกิจกรรมเช่นนี้ไปใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

กลุ่มนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดย อาจารย์จ่าสิบตรี ดร.จอห์นนพดล วศินสุนทร นายยุทชัย สันติสุรัตน์  และนายบำรุงราษฎร์  วิริยะ ได้ร่วมกันศึกษาวิจัยในประเด็นเกี่ยวกับ การรณรงค์การปล่อยโคมลอยกับปัญหาและอัตลักษณ์ของประเพณีลอยกระทงในจังหวัดเชียงใหม่ 

ใช้เครื่องมือการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Research) ได้แก่ การสำรวจไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ การวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก (รวบรวมข้อมูล เมษายน 2558 –กันยายน 2558 ) พบประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

1) จังหวัดเชียงใหม่มีภาพลักษณ์ว่า เป็นจังหวัดที่มีการปล่อยโคมลอยมากที่สุดในประเทศไทย โดยการปล่อยโคมลอยกลายเป็นอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในทุกประเพณีไปแล้ว และแม้ว่าการปล่อยโคมลอยจะเพิ่มมากขึ้นในทุกปีและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทั้งด้านปัญหาขยะปัญหาเพลิงไหม้และปัญหาการคมนาคมทางอากาศ แต่ในภาคการท่องเที่ยวยังคงต้องการกิจกรรมเช่นนี้ไปใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

2) นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สื่ออินเตอร์เนตเป็นสื่อหลักในการแสวงหาข้อมูลการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ44และนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 62  มีการรับรู้ว่า การปล่อยโคมลอยเป็นที่นิยมในประเพณีลอยกระทงในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ (ขณะเก็บข้อมูลในพื้นที่ได้กลุ่มตัวอย่างเป็นชาวจีนมากที่สุด)        

3)การใช้สื่ออินเตอร์เนตในการแสวงหาข้อมูลการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่มีการใช้ภาพการปล่อยโคมลอยเป็นส่วนหนึ่งในภาพส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบกับมีการแชร์ภาพการปล่อยโคมลอยผ่านโซเชียลเนตเวิร์ค ทำให้การปล่อยโคมลอยกลายเป็นอัตลักษณ์ของประเพณีลอยกระทงไปโดยปริยาย

4) หน่วยงานท่าอากาศยานเชียงใหม่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์และให้ความรู้ เกี่ยวกับความปลอดภัยในการปล่อยและจัดทำโคมลอยให้ได้ตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อในการรณรงค์ อาทิ สื่อป้ายติดริมทาง สื่อป้ายไวนิลขนาดใหญ่ สื่อวิทยุชุมชนและรวมถึงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งล้วนแต่เน้นการสื่อสารไปยังเขตพื้นที่ความปลอดภัยที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่กำหนด

5) การรณรงค์การปล่อยโคมลอย เป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มที่ไม่มีบทบาทในการปล่อยโคมลอยในเชิงธุรกิจ ซึ่งการปล่อยโคมลอยเชิงธุรกิจจะไม่คำนึงถึงเขตพื้นที่ความปลอดภัย ได้แก่ กลุ่มลูกทัวร์ และไกด์ (อาจรวมถึงไกด์เถื่อน) ซึ่งจะเน้นความพึงพอใจของลูกทัวร์เป็นสำคัญและไม่ได้ให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานท่าอากาศยานเชียงใหม่เท่าที่ควร

6)ในด้านเทคนิคการผลิตสื่อเพื่อรณรงค์การปล่อยโคมลอยของหน่วยงานท่าอากาศยานเชียงใหม่พบว่า นอกจากจะผิดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวสร้างปัญหา ยังพบว่า ชนิดและรูปแบบของสื่อยังเป็นสื่อเก่า  ไม่ค่อยน่าดึงดูดใจ ขาดความเป็นสากล ซึ่งสื่อควรมีความหลากหลายทางภาษา

อีกทั้งเนื้อหาในสื่อยังไม่สามารถสื่อความหมายในด้านการตระหนักรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยโคมลอยโดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานโคมลอยและเขตพื้นตามที่รณรงค์ไว้ได้อย่างชัดเจนดังนี้หน่วยงานท่าอากาศยานเชียงใหม่ควรเร่งผลิตสื่อให้มีรูปแบบและชนิดสื่อที่ตรงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและต้นเหตุของปัญหาอย่างเช่นบริษัททัวร์โรงแรม หรือผู้ประกอบการต่างๆที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความร่วมมือให้มากขึ้น

7) หน่วยงานของอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ แม้ว่ามีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นปัญหาดังกล่าวดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นตามกระแสการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยังคงเน้นอัตลักษณ์ของประเพณีลอยกระทงในจังหวัดเชียงใหม่ที่ต้องมีภาพการปล่อยโคมลอยอยู่เสมอจนทำให้โปรแกรมการท่องเที่ยวต้องกำหนดกิจกรรมการปล่อยโคมลอยไว้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญและนักท่องเที่ยวก็พึงพอใจ 
ที่มา  :  Matichon  

 

 

 

_____________
Fanthai-media-
voice_tv_th

Share your vote!


รู้สึกยังไงกับข่าวนี้นะ?
  • Fascinated
  • Happy
  • Sad
  • Angry
  • Bored
  • Afraid
loading...
This entry was posted in hot topic and tagged . Bookmark the permalink.